ไร่สตอเบอรี่บ้านนอแล

สัมผัสลมหนาวและไอหมอกยามเช้าที่ไร่สตรอว์เบอร์รีบ้านนอแล แปลงปลูกขั้นบันไดที่สวยที่สุดบนดอยอ่างขาง ชิมสตรอว์เบอร์รีสดๆ ท่ามกลางวิวพาโนรามาสุดเขตชายแดนไทย-เมียนมา

ไร่สตอเบอรี่บ้านนอแล

หาก "ไร่ชา 2000" คือตัวแทนของความสงบเงียบ "ไร่สตรอว์เบอร์รีบ้านนอแล" ก็คือตัวแทนของความสดใสและความอุดมสมบูรณ์บนดอยอ่างขางค่ะ ที่นี่เป็นไร่สตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 80 ที่ปลูกเรียงรายเป็นขั้นบันไดกว้างใหญ่ตามไหล่เขา โอบล้อมด้วยทิวเขาสลับซับซ้อนที่เป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างประเทศไทยและประเทศเมียนมานั่นเองนะคะ

1. ทัศนียภาพขั้นบันไดที่แปลกตา
จุดเด่นที่ทำให้ไร่สตรอว์เบอร์รีที่นี่ต่างจากที่อื่นคือ "ความชันและเลเยอร์" ของแปลงปลูกค่ะ ชาวเขาเผ่าปะหล่อง (ดาราอั้ง) ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนอแล จะปลูกสตรอว์เบอร์รีลดหลั่นไปตามไหล่เขา ทำให้เรามองเห็นแนวพลาสติกสีขาวที่คลุมแปลงเพื่อรักษาความชื้น ตัดกับสีเขียวของใบและสีแดงสดของผลสตรอว์เบอร์รี กลายเป็นลวดลายที่สวยงามเมื่อมองจากมุมสูงค่ะ

2. บรรยากาศยามเช้าที่แสนพิเศษ
ในช่วงฤดูหนาว (เดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์) ไร่แห่งนี้จะถูกปกคลุมด้วยทะเลหมอกหนาในตอนเช้า แสงแดดอ่อนๆ ที่ค่อยๆ ส่องพ้นขอบเขาจะทำให้เห็นไอน้ำระเหยออกจากแปลงปลูก เป็นภาพที่ดูอบอุ่นและโรแมนติกมากค่ะ นอกจากนี้เรายังจะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่สวมชุดประจำถิ่นหลากสีสัน ออกมาเดินเก็บผลสตรอว์เบอร์รีสดๆ จากต้น เป็นภาพสะท้อนของความสุขที่เรียบง่ายบนดอยสูงนะคะ

3. รสชาติแห่งความทุ่มเท
สตรอว์เบอร์รีที่บ้านนอแลขึ้นชื่อเรื่องความหวาน กรอบ และมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ เนื่องจากได้รับอากาศที่หนาวเย็นจัดตลอดทั้งคืนและการดูแลอย่างพิถีพิถัน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อสตรอว์เบอร์รีสดๆ ที่เพิ่งเก็บมาวางขายหน้าไร่ หรือจะลองชิมผลิตภัณฑ์แปรรูปอย่าง ไวน์สตรอว์เบอร์รี หรือสตรอว์เบอร์รีอบแห้ง ก็อร่อยไม่แพ้กันเลยค่ะ

4. มากกว่าแค่ไร่สตรอว์เบอร์รี
นอกจากความงามของไร่แล้ว บริเวณใกล้เคียงยังมี ฐานปฏิบัติการบ้านนอแล ซึ่งเป็นจุดตรวจการณ์ชายแดนที่สำคัญ นักท่องเที่ยวสามารถเดินไปชมทัศนียภาพของหมู่บ้านในฝั่งเมียนมาได้จากจุดนี้ ทำให้ทริปการมาเยือนบ้านนอแลมีความครบรส ทั้งเรื่องปากท้อง ความงามทางธรรมชาติ และความรู้ทางภูมิศาสตร์นะคะ