บ้านร่องกล้า
สัมผัสบรรยากาศความหนาวเย็นและวิถีชีวิตชาวไทยภูเขาที่ บ้านร่องกล้า หมู่บ้านสีชมพูที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

บ้านร่องกล้า ในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแค่หมู่บ้านกลางหุบเขาของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลกเท่านั้นนะคะ แต่ที่นี่คือดินแดนที่รวบรวมเอาประวัติศาสตร์อันเข้มข้น วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง และความมหัศจรรย์ของธรรมชาติมาหลอมรวมกันได้อย่างลงตัวที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย เมื่อเราเดินทางลัดเลาะตามเส้นทางคดเคี้ยวขึ้นสู่ความสูงกว่าหนึ่งพันเมตรจากระดับน้ำทะเล อุณหภูมิที่ค่อยๆ ลดต่ำลงจะเริ่มทักทายเราด้วยความสดชื่น จนเมื่อมาถึงตัวหมู่บ้าน ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือกลุ่มบ้านเรือนที่ตั้งลดหลั่นกันไปตามเนินเขาอย่างมีระเบียบ มีฉากหลังเป็นยอดเขาสูงตระหง่านที่มักจะมีทะเลหมอกไหลวนเวียนมาทักทายในยามเช้า ทำให้บรรยากาศดูราวกับหลุดออกมาจากภาพเขียนในหนังสือนิยาย
ความโดดเด่นของ บ้านร่องกล้า จะทวีความสวยงามขึ้นเป็นพิเศษในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกนางพญาเสือโคร่งหรือซากุระเมืองไทยพากันเบ่งบานจนกลายเป็นสีชมพูละลานตาไปทั่วทั้งหมู่บ้านและตามไหล่เขาโดยรอบ ความงามนี้ไม่ได้มีดีแค่สีสันที่สะดุดตา แต่ยังรวมไปถึงอากาศที่หนาวเย็นจัดจนในบางปีเราอาจได้เห็นปรากฏการณ์ "แม่คะนิ้ง" หรือน้ำค้างแข็งเกาะอยู่ตามยอดหญ้า เป็นเสน่ห์ดึงดูดใจที่ทำให้ผู้คนยอมเดินทางไกลเพื่อมาสัมผัสความหนาวเย็นระดับเลขตัวเดียวที่นี่ ขณะเดียวกัน วิถีชีวิตของชาวบ้านที่ยังคงเหนียวแน่นกับประเพณีดั้งเดิมก็เป็นสิ่งที่น่าประทับใจไม่แพ้กัน เราจะได้เห็นภาพคุณป้าคุณยายชาวม้งนั่งเย็บผ้าปักลวดลายวิจิตรบรรจงอยู่หน้าบ้าน หรือเด็กๆ ที่วิ่งเล่นด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจในชุดประจำถิ่นที่ดูสดใส
นอกจากเรื่องทัศนียภาพแล้ว บ้านร่องกล้า ยังเป็นแหล่งเกษตรกรรมชั้นยอดที่หล่อเลี้ยงชุมชนมาอย่างยาวนาน พื้นที่รอบหมู่บ้านถูกจัดสรรเป็นแปลงปลูกพืชผักเมืองหนาว ทั้งกะหล่ำปลี แครอท และไร่สตรอว์เบอร์รี่สายพันธุ์ดีที่ส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว การได้เดินเลือกซื้อพืชผลสดๆ จากมือเกษตรกรที่ตลาดนัดเด็กดอย หรือการได้ลองชิมอาหารพื้นบ้านรสชาติเรียบง่ายแต่จริงใจท่ามกลางอากาศหนาว เป็นประสบการณ์ที่สร้างความสุขใจได้อย่างประหลาด ทุกย่างก้าวในหมู่บ้านแห่งนี้จึงเต็มไปด้วยเรื่องราวของการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และป่าไม้ บ้านร่องกล้า จึงเป็นมากกว่าแค่ที่พักผ่อน แต่เป็นสถานที่ที่ช่วยฟื้นฟูพลังกายและพลังใจให้กลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้งผ่านความเงียบสงบและความโอบอ้อมอารีของขุนเขาและผู้คนในชุมชนค่ะ